หงส์ตกรอบ เอฟเอ หลังพ่าย โอลด์แฮม

Posted by on January 28, 2013

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

 

เกมคู่สุดท้ายของรอบสี่ โอลด์แฮม เปิดบ้านต้อนรับลิเวอร์พูลโดยมีสถิติที่ย่ำแย่แพ้ถึงเจ็ดจากแปดนัดหลังจนหล่นมาอยู่ในโซนตกชั้น
ด้านการจัดทัพ เจ้าถิ่นยังไร้ ดีน เฟอร์แมน มิดฟิลด์ที่ผละไปเล่นให้แอฟริกาใต้ในรายการแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ และปรับทัพสองรายจากเกมพ่าย น็อตต์ส เคาน์ตี้ ในลีกวันโดยใช้งาน ลี ครอฟท์ กับ ร็อบบี้ ซิมพ์ สันก่อนหน้าแดน  เทย์เลอร์กับ คริส ซัทเธอร์แลนด์
ส่วน เร้ด แมชีน ดร็อป สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไปพักเป็นตัวสำรองพร้อมมอบปลอกแขนกัปตันให้กับ หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าจอมฉาว และส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกนับตั้งแต่กระดูกเท้าแตกเมื่อเดือนต.ค.
ขณะเดียวกัน เซบาสเตียน โกอาเตส กับ แจ็ค โรบินสัน ก็ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็น 11 ตัวแรก
เกมเริ่มต้นโดยเจ้าบ้านเขี่ยบอลก่อน และหลังจากบุกเข้าใส่ลิเวอร์พูลได้แค่สองนาทีก็สามารถพังประตูได้เมื่อ ยุซซุฟ เอ็มชานกาม่า สาดบอลจากปีกซ้ายเข้ามาหน้าประตูแล้ว แม็ตต์ สมิธ โถมโขกได้เหนือโกอาเตสที่ระยะหกหลาโดย มาร์ติน สเคอร์เทล พยายามโขกสกัดแต่บอลหลุดเข้าปะทะตาข่ายตัวเองสงเคราะห์ให้ โอลด์แฮม สตาร์ตนำ 1-0 กระนันกลับมีการยืนยันให้เป็นประตูของ สมิธ
ผ่านมาถึงนาทีที่ 6 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปเสียบ เอ็มชานกาม่า รุนแรงจึงโดนจดชื่อทันที และทำเอาปีกซ้ายผิวสีของทีมรองบ่อนต้องเขยกออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม
ถัดจากนั้นอีกสองนาที ครอฟท์ ลองส่องไกลจากกราบซ้ายแล้วโจนส์รับบอลกระฉอก ซิมพ์สัน จึงพยายามตามไปซ้ำแต่เข้าชาร์จนายทวารหงส์แดงน่าเกลียด ทำให้ โจนส์ ลุกไปเอาเรื่องพร้อมสเคอร์เทลก่อนที่ผู้ตัดสินจะแจกใบเหลืองให้ซิมพ์สัน
และแล้วในนาทีที่ 10 เจ้าบ้านก็ต้องเปลี่ยน คาร์ล วินเชสเตอร์ ลงไปแทนเอ็มชานกาม่าที่กลับมาลงเล่นต่อไม่ไหว
อย่างไรก็ดี เกมของ โอลด์แฮม ยังดุดันกว่าเยอะ  และนาทีที่ 13 โจเซ่ แบ็กซ์เตอร์ก็ได้กระทุ้งจากหน้าเขตโทษระยะ 20 หลาหลุดเสาไปนิดเดียวเท่านั้น
กระทั่งนาทีที่ 17 จากโอกาสได้บุกขึ้นมาหนแรก ลิเวอร์พูลก็ทำประตูได้เมื่อ ซัวเรซ เลื้อยขึ้นกราบซ้ายแล้วลากตัดเข้ากลางพยายามทำชิ่งถูก คลิฟฟ์ เบิร์น ดักได้ แต่กองหลังเจ้าบ้านกลับขาอ่อนเลยทำให้กองหน้าฟันจอบฉกไปซัดในเขตโทษระยะ 14 หลาผ่านนายทวาร ดีน บูซานิส เข้าประตูช่วยให้ทีมจากลีกสูงสุดตีเสมอเป็น 1-1
นับจากนั้น เกมก็ตกเป็นของทีมเยือนอย่างชัดเจน  และในนาทีที่ 24 รีซ วาบาร่าปราการหลังโอลด์แฮมก็รับใบเหลืองข้อหารวบซัวเรซหน้าเขตโทษด้านซ้าย โดยในจังหวะนี้จอร์แดน เฮนเดอร์สันเล่นฟรีคิกแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านส่งบอลเข้าเสียบเสาไกล แต่ซัวเรซที่โถมเข้าสะกิดบอลอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จึงมีธงยกจากไลน์แมน
ผ่านมาถึงนาทีที่ 29 ลิเวอร์พูลมีโอกาสอีกจากซัวเรซที่พาบอลลุยขึ้นมาแล้วจ่ายให้บอรินี่ตอกสั้น โดยมีสเตอร์ริ่งเก็บไปเกี่ยวเข้าเขตโทษแล้วสับไกระยะ 16 หลา แต่เบาเกินกว่าจะผ่านมือบูซานิส
เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก โอลด์แฮมพลิกสถานการณ์กลับมาบุกได้ดีขึ้น และจากลูกกระดกบริเวณแถวสองที่ลอยเข้าเขตโทษในนาทีที่ 43 ฌอง อีฟส์ เอ็มโวโต้ก็โดดโขกระยะ 12 หลา แต่บอลลอยไปเข้าอกโจนส์
เท่านั้นไม่พอ ช่วงทดเวลาเจ็บ สมิธกองหน้าเจ้าเวหาก็โดดโขกลูกโยนโด่งได้เหนือกว่าโกอาเตสอีกครั้ง และทำเอาโจนส์ต้องกระโดดปัดข้ามคาน
อย่างไรก็ดี นาทีที่สามซึ่งเป็นนาทีสุดท้ายของการทดเวลาเจ็บ เร้ด แมชีนก็มาพลาดท่าง่ายๆอีกเมื่อวาบาร่าผ่านบอลเรียดจากกราบขวาแบบไม่มี อันตราย แต่โจนส์ตะครุบบอลหลุดอย่างเหลือเชื่อ ครอฟท์จึงเก็บตกตวัดไปเสาสองให้สมิธเจ้าเก่าแปจากสามหลาไม่มีใครคุมตุงตา ข่ายพาโอลด์แฮมนำ 2-1 ก่อนที่ครึ่งแรกจะยุติฃ
เปิดฉากครึ่งหลังแค่นาทีแรก หงส์แดงก็ทิ้งโอกาสตีเสมอไปเมื่อบอรินี่ได้ลูกผ่านจากกราบซ้าย แต่กลับซัดระยะ 14 หลาโด่งข้ามคานที่เสาแรกทั้งๆที่ไม่มีใครประกบ
เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 48 ลูกโด่งของทีมรองบ่อนก็เล่นงานทีมเยือนได้อีกจากจังหวะสาดบอลทางฝั่งซ้ายของ วินเชสเตอร์ที่ลอยไปเสาสองแล้ววาบาร่าโดดโขกระยะหกหลาเหนือกว่าโรบินสันส่ง บอลย้อยย้อนศรเช็ดใต้คานพาเจ้าบ้านนำ 3-1
ล่วงมาในนาทีที่ 51 แบ็กซ์เตอร์ทะลุขึ้นมาทางกราบขวาแล้วตัดสินใจยิงชิพจากหน้าเขตโทษทันที ดีที่ว่าโจนส์ซึ่งขยับออกมาไกลจากเส้นประตูกระโดดคว้าได้สำเร็จ
ในที่สุดนาทีที่ 56 ลิเวอร์พูลก็เปลี่ยนสจ๊วร์ต ดาวนิ่งกับเจอร์ราร์ดกัปตันทีมลงเล่นแทนอังเดร วิสด็อมกับบอรินี่ และทำให้เกมรุกมีความวูบวาบมากขึ้นเป็นลำดับ
กระทั่งนาทีที่ 67 ซัวเรซตามไปเก็บบอลที่เส้นหลังด้านซ้ายได้แล้วไหลคืนให้เจอร์ราร์ดซัดเหน่งๆ แต่ติดบล็อคแบ็กซ์เตอร์อย่างน่าเสียดาย แถมนาทีต่อมาซัวเรซพลิ้วหนีกองหลังเข้าไปยิงจ่อๆระยะเผาขนที่เส้นหลังด้าน ขวา แต่บูซานิสปิดมุมอยู่จึงป้องกันได้
กระทั่งนาทีที่ 71 โอลด์แฮมก็ได้ลุ้นบ้างเมื่อแบ็กซ์เตอร์ได้ตะบันจากหน้าเขตโทษ แต่ไม่เข้ากรอบก่อนที่สมิธหอกยักษ์เจ้าบ้านจะโดนจดชื่อข้อหาทำฟาลว์ โกอาเตส แล้วลิเวอร์พูลจึงเปลี่ยน จอนโจ้ เชลวีย์ ลงไปเป็นไพ่ใบสุดท้ายแทน สเตอร์ริ่งที่เลื้อยไม่ออก
ความพยายามของ หงส์แดง มาประสบความสำเร็จนาทีที่ 79 จากจังหวะแตะมุมเข้าไปในกรอบเขตโทษ โอลด์แฮม แล้วบอกกระดอนออกมาเข้าทาง โจ อัลเลน ที่วิ่งมาวอลเล่ย์ด้วยเท้าขวาเต็มแรงบอลไปแฉลบผู้เล่นเจ้าถิ่นเปลี่ยนทาง เสียบโคนเสาเข้าไป หงส์แดงไล่มาเป็น 2-3

ช่วงทดเจ็บนาทีแรก ลิเวอร์พูลพลาดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้ยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือ ดีน บูซานิส นายทวารเจ้าบ้านไปแล้วแต่โดนคานกระดอนออกมมา

เกมเลยมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ยาวออกไปถึง 6 นาที ยังเป็นหงส์แดงที่บุกหนักหวังทวงประตูตีเสมอ แต่ไม่อาจพังประตูคืนได้ทันเวลา จบเกม โอลด์แฮม จึงกลายเป็นแจ็คผู้ฆ่ายักษ์อีกรายโดยเขี่ย ลิเวอร์พูล ตกรอบด้วยชัยชนะ 3-2

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม


โอลด์แฮม :
ดีน บูซานิส, รีซ วาบาร่า, ฌอง-อีฟส์ เอ็มโวโต, คลิฟฟ์ ไบรน์, โจนาธาน กราวด์ส, ลี ครอฟท์, ยุสซุฟ เอ็มชันกามา (คาร์ล วินเชสเตอร์ น.10), เจมส์ เวโซลอฟสกี้, ร็อบบี้ ซิมพ์สัน (แดน เทย์เลอร์ น.77), โจเซ่ แบ็กซ์เตอร์, แม็ตต์ สมิธ (เดวิด เมลเลอร์ น.84)

สำรองไม่ได้ใช้ :
อเล็กซ์ ซิซัค, คอนเนอร์ บราวน์, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, คริส ซุทเธอร์แลนด์


ลิเวอร์พูล :
แบร๊ด โจนส์, อันเดร วิสดอม (สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.55), มาร์ติน สเคอร์เทล, เซบาสเตียน โคอาเตส, แจ็ค โรบินสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ราฮีม สเตอร์ลิง (จอนโจ เชลวี่ย์ น.72), หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาบิโอ บอรินี่ (สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง น.55), แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

สำรองไม่ได้ใช้ :
ปีเตอร์ กูลาชซี่, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ลูคัส เลว่า, ซูโซ่


ผู้ตัดสิน :
ลี โพรเบิร์ต

ฮีโร่โอลด์แฮมลั่นสอยท๊อฟฟี่ร่วงตามหงส์

แม็ตต์ สมิธฮีโร่โอลด์แฮมลั่นวาจา ขอพาทีมกำราบเอฟเวอร์ตันในศึกเอฟเอคัพรอบห้าต่ออีกหลังจากระเบิดฟอร์มสอยสอง ตุงนำทีมเขี่ยลิเวอร์พูลตกรอบสี่ด้วยสกอร์ 3-2
แม้จะมีผลงานแย่ในลีกวันโดยรั้งอันดับ 19 ของตารางต่ำกว่าหงส์แดง 80 อันดับ แต่โอลด์แฮมก็เขี่ยเร้ด แมชีนให้พ้นทางได้ด้วยสองประตูจากฝีเท้าของศูนย์หน้าร่างยักษ์
“ผมพูดไม่ออกจริงๆกับผลการแข่งขัน เราลงไปช่วยกันเล่นเป็นทีม เราสมควรชนะอย่างแท้จริง” สมิธเอ่ย
“เราพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถทำได้ในวันนี้ และเราจะทำให้ได้อีกครั้งในเกมกับเอฟเวอร์ตัน”

ร็อดเจอร์สไม่แก้ตัวหงส์โดนหมูกัด

เบรนแดน ร็อดเจอร์สผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลยอมรับความปราชัยแต่โดยดีโดยไม่ขอแก้ตัว หลังพาทีมบุกมาพ่ายโอลด์แฮมพร้อมยืนยันว่าจัดทัพได้อย่างเหมาะสมแล้ว
ในเกมที่บาวน์ดารี่ พาร์ค เร้ด แมชีนมีการสลับผู้เล่นบางตำแหน่ง แต่จากภาพรวมกุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือชี้แจงว่ายังแข็งแกร่งกว่าเจ้าบ้านซึ่ง เป็นทีมในโซนตกจากลีกวัน ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่มีข้ออ้างใดๆในการตกรอบเอฟเอคัพนอกจากยอมรับว่าหงส์แดง เล่นกันได้ไม่ดีพอ
“ฟุตบอลเอฟเอคัพเป็นรายการที่เราต้องการไปให้ไกลที่สุด และมันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ เราส่งทีมที่แข็งแกร่งที่สุดที่สามารถพาทีมชนะได้ลงสนาม แต่เราทำไม่สำเร็จ” กุนซือเร้ด แมชีนเอ่ย
ต่อผลการแข่งขันที่ปรากฏ มีการเผยข้อมูลว่านับเป็นครั้งแรกในศึกเอฟเอคัพที่ลิเวอร์พูลบุกไปแพ้คู่ แข่งซึ่งอยู่ต่ำกว่าสองดิวิชั่นนับตั้งแต่โดนวูสเตอร์ ซิตี้ทีมนอกลีกเขี่ยตกรอบเมื่อปี 1959

ดิ๊กคอฟสุดปลื้มทำให้แฟนได้แฮปปี้

พอล ดิ๊กคอฟกุนซือทีมโอลด์แฮมปลาบปลื้มสุดขีดหลังพาทีมกำราบลิเวอร์พูลได้สำเร็จ เนื่องจากเท่าที่ผ่านมาสาวกของสโมสรมักผิดหวังกับผลงานของทีมซะเป็นส่วนใหญ่
จากผลงานในลีก โอลด์แฮมห้อยต่องแต่งอยู่ในอันดับ 19 ของลีกวัน แต่กลับสยบหงส์แดงได้อย่างเหลือเชื่อจึงทำให้ดิ๊กคอฟระรี้เป็นที่สุด
“มันเป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมตลอดเวลา ผมภูมิใจและดีใจไปกับแฟนๆด้วยเพราะมันนานมากแล้วที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัส กับความสำเร็จอะไรเลย”
“ผมเป็นคนที่โชคดีขณะค้าแข้ง แต่วันนี้เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว” กุนซือทีมรองบ่อนเอ่ย

Last modified on January 28, 2013

Categories: ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล
No Comments »

« | Home | »