Archive for January, 2013

เบ็คส์มีแววมาปืน

Tuesday, January 29th, 2013

 เดวิด เบ็คแฮม อดีตกองกลาง ลอสแอนเจลิส แกแล็กซี่ แชมป์เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงแบบลับๆ กับ อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเดินทางมารายงานตัวฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ที่ศูนย์ฝึกซ้อมเฮิร์ทฟอร์ด เชียร์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกไปค้าแข้งกับทีมไหน

ซูเปอร์ สตาร์ลูกหนังวัย 37 ปี ย้ายกลับมาอยู่อังกฤษหลังหมดสัญญากับ แกแล็กซี่ ปลายปีที่ผ่านมา และต้องการพิสูจน์ว่าเขายังสามารถเล่นฟุตบอลในระดับสูงสุดได้ โดยแหล่งข่าวภายในทัพ “ปืนใหญ่” กล่าวว่า “เบ็คแฮม ต้องการเก็บทั้งหมดนี่ไว้เป็นความลับ คุณได้แต่สงสัยว่าทำไม?”

มี กระแสข่าวว่า เบ็คแฮม อาจย้ายไปร่วมทีม เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งเขาเคยไปเล่นให้ด้วยสัญญายืมตัว 2 ครั้ง หรืออาจย้ายไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรทุนหนาเวทีลีก เอิง ฝรั่งเศส ขณะที่ทีมในพรีเมียร์ลีกอย่าง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็เคยแสดงความสนใจอยู่เช่นกัน

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซน่อล เป็นแฟนตัวยงของ เบ็คแฮม เนื่องจากชื่นชมทัศนคติและความเป็นมืออาชีพของ อดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงแรงบันดาลใจที่เขาจะนำมาสู่บรรดานักเตะดาวรุ่งในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

ทั้งนี้ เบ็คแฮม สามารถกลับมาสู่วิถีชีวิตของชาวลอนดอนได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไปอยู่ที่แคลิฟอร์เนียนานถึง 5 ปีก็ตาม และเพิ่งส่งลูกชายทั้ง 3 คนของเขา บรู๊คลิน, โรมิโอ และ ครูซ เข้าสู่ระบบนักเตะเยาวชนของ เชลซี ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

หงส์ตกรอบ เอฟเอ หลังพ่าย โอลด์แฮม

Monday, January 28th, 2013

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

 

เกมคู่สุดท้ายของรอบสี่ โอลด์แฮม เปิดบ้านต้อนรับลิเวอร์พูลโดยมีสถิติที่ย่ำแย่แพ้ถึงเจ็ดจากแปดนัดหลังจนหล่นมาอยู่ในโซนตกชั้น
ด้านการจัดทัพ เจ้าถิ่นยังไร้ ดีน เฟอร์แมน มิดฟิลด์ที่ผละไปเล่นให้แอฟริกาใต้ในรายการแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ และปรับทัพสองรายจากเกมพ่าย น็อตต์ส เคาน์ตี้ ในลีกวันโดยใช้งาน ลี ครอฟท์ กับ ร็อบบี้ ซิมพ์ สันก่อนหน้าแดน  เทย์เลอร์กับ คริส ซัทเธอร์แลนด์
ส่วน เร้ด แมชีน ดร็อป สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไปพักเป็นตัวสำรองพร้อมมอบปลอกแขนกัปตันให้กับ หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าจอมฉาว และส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกนับตั้งแต่กระดูกเท้าแตกเมื่อเดือนต.ค.
ขณะเดียวกัน เซบาสเตียน โกอาเตส กับ แจ็ค โรบินสัน ก็ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็น 11 ตัวแรก
เกมเริ่มต้นโดยเจ้าบ้านเขี่ยบอลก่อน และหลังจากบุกเข้าใส่ลิเวอร์พูลได้แค่สองนาทีก็สามารถพังประตูได้เมื่อ ยุซซุฟ เอ็มชานกาม่า สาดบอลจากปีกซ้ายเข้ามาหน้าประตูแล้ว แม็ตต์ สมิธ โถมโขกได้เหนือโกอาเตสที่ระยะหกหลาโดย มาร์ติน สเคอร์เทล พยายามโขกสกัดแต่บอลหลุดเข้าปะทะตาข่ายตัวเองสงเคราะห์ให้ โอลด์แฮม สตาร์ตนำ 1-0 กระนันกลับมีการยืนยันให้เป็นประตูของ สมิธ
ผ่านมาถึงนาทีที่ 6 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปเสียบ เอ็มชานกาม่า รุนแรงจึงโดนจดชื่อทันที และทำเอาปีกซ้ายผิวสีของทีมรองบ่อนต้องเขยกออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม
ถัดจากนั้นอีกสองนาที ครอฟท์ ลองส่องไกลจากกราบซ้ายแล้วโจนส์รับบอลกระฉอก ซิมพ์สัน จึงพยายามตามไปซ้ำแต่เข้าชาร์จนายทวารหงส์แดงน่าเกลียด ทำให้ โจนส์ ลุกไปเอาเรื่องพร้อมสเคอร์เทลก่อนที่ผู้ตัดสินจะแจกใบเหลืองให้ซิมพ์สัน
และแล้วในนาทีที่ 10 เจ้าบ้านก็ต้องเปลี่ยน คาร์ล วินเชสเตอร์ ลงไปแทนเอ็มชานกาม่าที่กลับมาลงเล่นต่อไม่ไหว
อย่างไรก็ดี เกมของ โอลด์แฮม ยังดุดันกว่าเยอะ  และนาทีที่ 13 โจเซ่ แบ็กซ์เตอร์ก็ได้กระทุ้งจากหน้าเขตโทษระยะ 20 หลาหลุดเสาไปนิดเดียวเท่านั้น
กระทั่งนาทีที่ 17 จากโอกาสได้บุกขึ้นมาหนแรก ลิเวอร์พูลก็ทำประตูได้เมื่อ ซัวเรซ เลื้อยขึ้นกราบซ้ายแล้วลากตัดเข้ากลางพยายามทำชิ่งถูก คลิฟฟ์ เบิร์น ดักได้ แต่กองหลังเจ้าบ้านกลับขาอ่อนเลยทำให้กองหน้าฟันจอบฉกไปซัดในเขตโทษระยะ 14 หลาผ่านนายทวาร ดีน บูซานิส เข้าประตูช่วยให้ทีมจากลีกสูงสุดตีเสมอเป็น 1-1
นับจากนั้น เกมก็ตกเป็นของทีมเยือนอย่างชัดเจน  และในนาทีที่ 24 รีซ วาบาร่าปราการหลังโอลด์แฮมก็รับใบเหลืองข้อหารวบซัวเรซหน้าเขตโทษด้านซ้าย โดยในจังหวะนี้จอร์แดน เฮนเดอร์สันเล่นฟรีคิกแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านส่งบอลเข้าเสียบเสาไกล แต่ซัวเรซที่โถมเข้าสะกิดบอลอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จึงมีธงยกจากไลน์แมน
ผ่านมาถึงนาทีที่ 29 ลิเวอร์พูลมีโอกาสอีกจากซัวเรซที่พาบอลลุยขึ้นมาแล้วจ่ายให้บอรินี่ตอกสั้น โดยมีสเตอร์ริ่งเก็บไปเกี่ยวเข้าเขตโทษแล้วสับไกระยะ 16 หลา แต่เบาเกินกว่าจะผ่านมือบูซานิส
เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก โอลด์แฮมพลิกสถานการณ์กลับมาบุกได้ดีขึ้น และจากลูกกระดกบริเวณแถวสองที่ลอยเข้าเขตโทษในนาทีที่ 43 ฌอง อีฟส์ เอ็มโวโต้ก็โดดโขกระยะ 12 หลา แต่บอลลอยไปเข้าอกโจนส์
เท่านั้นไม่พอ ช่วงทดเวลาเจ็บ สมิธกองหน้าเจ้าเวหาก็โดดโขกลูกโยนโด่งได้เหนือกว่าโกอาเตสอีกครั้ง และทำเอาโจนส์ต้องกระโดดปัดข้ามคาน
อย่างไรก็ดี นาทีที่สามซึ่งเป็นนาทีสุดท้ายของการทดเวลาเจ็บ เร้ด แมชีนก็มาพลาดท่าง่ายๆอีกเมื่อวาบาร่าผ่านบอลเรียดจากกราบขวาแบบไม่มี อันตราย แต่โจนส์ตะครุบบอลหลุดอย่างเหลือเชื่อ ครอฟท์จึงเก็บตกตวัดไปเสาสองให้สมิธเจ้าเก่าแปจากสามหลาไม่มีใครคุมตุงตา ข่ายพาโอลด์แฮมนำ 2-1 ก่อนที่ครึ่งแรกจะยุติฃ
เปิดฉากครึ่งหลังแค่นาทีแรก หงส์แดงก็ทิ้งโอกาสตีเสมอไปเมื่อบอรินี่ได้ลูกผ่านจากกราบซ้าย แต่กลับซัดระยะ 14 หลาโด่งข้ามคานที่เสาแรกทั้งๆที่ไม่มีใครประกบ
เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 48 ลูกโด่งของทีมรองบ่อนก็เล่นงานทีมเยือนได้อีกจากจังหวะสาดบอลทางฝั่งซ้ายของ วินเชสเตอร์ที่ลอยไปเสาสองแล้ววาบาร่าโดดโขกระยะหกหลาเหนือกว่าโรบินสันส่ง บอลย้อยย้อนศรเช็ดใต้คานพาเจ้าบ้านนำ 3-1
ล่วงมาในนาทีที่ 51 แบ็กซ์เตอร์ทะลุขึ้นมาทางกราบขวาแล้วตัดสินใจยิงชิพจากหน้าเขตโทษทันที ดีที่ว่าโจนส์ซึ่งขยับออกมาไกลจากเส้นประตูกระโดดคว้าได้สำเร็จ
ในที่สุดนาทีที่ 56 ลิเวอร์พูลก็เปลี่ยนสจ๊วร์ต ดาวนิ่งกับเจอร์ราร์ดกัปตันทีมลงเล่นแทนอังเดร วิสด็อมกับบอรินี่ และทำให้เกมรุกมีความวูบวาบมากขึ้นเป็นลำดับ
กระทั่งนาทีที่ 67 ซัวเรซตามไปเก็บบอลที่เส้นหลังด้านซ้ายได้แล้วไหลคืนให้เจอร์ราร์ดซัดเหน่งๆ แต่ติดบล็อคแบ็กซ์เตอร์อย่างน่าเสียดาย แถมนาทีต่อมาซัวเรซพลิ้วหนีกองหลังเข้าไปยิงจ่อๆระยะเผาขนที่เส้นหลังด้าน ขวา แต่บูซานิสปิดมุมอยู่จึงป้องกันได้
กระทั่งนาทีที่ 71 โอลด์แฮมก็ได้ลุ้นบ้างเมื่อแบ็กซ์เตอร์ได้ตะบันจากหน้าเขตโทษ แต่ไม่เข้ากรอบก่อนที่สมิธหอกยักษ์เจ้าบ้านจะโดนจดชื่อข้อหาทำฟาลว์ โกอาเตส แล้วลิเวอร์พูลจึงเปลี่ยน จอนโจ้ เชลวีย์ ลงไปเป็นไพ่ใบสุดท้ายแทน สเตอร์ริ่งที่เลื้อยไม่ออก
ความพยายามของ หงส์แดง มาประสบความสำเร็จนาทีที่ 79 จากจังหวะแตะมุมเข้าไปในกรอบเขตโทษ โอลด์แฮม แล้วบอกกระดอนออกมาเข้าทาง โจ อัลเลน ที่วิ่งมาวอลเล่ย์ด้วยเท้าขวาเต็มแรงบอลไปแฉลบผู้เล่นเจ้าถิ่นเปลี่ยนทาง เสียบโคนเสาเข้าไป หงส์แดงไล่มาเป็น 2-3

ช่วงทดเจ็บนาทีแรก ลิเวอร์พูลพลาดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้ยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือ ดีน บูซานิส นายทวารเจ้าบ้านไปแล้วแต่โดนคานกระดอนออกมมา

เกมเลยมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ยาวออกไปถึง 6 นาที ยังเป็นหงส์แดงที่บุกหนักหวังทวงประตูตีเสมอ แต่ไม่อาจพังประตูคืนได้ทันเวลา จบเกม โอลด์แฮม จึงกลายเป็นแจ็คผู้ฆ่ายักษ์อีกรายโดยเขี่ย ลิเวอร์พูล ตกรอบด้วยชัยชนะ 3-2

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม


โอลด์แฮม :
ดีน บูซานิส, รีซ วาบาร่า, ฌอง-อีฟส์ เอ็มโวโต, คลิฟฟ์ ไบรน์, โจนาธาน กราวด์ส, ลี ครอฟท์, ยุสซุฟ เอ็มชันกามา (คาร์ล วินเชสเตอร์ น.10), เจมส์ เวโซลอฟสกี้, ร็อบบี้ ซิมพ์สัน (แดน เทย์เลอร์ น.77), โจเซ่ แบ็กซ์เตอร์, แม็ตต์ สมิธ (เดวิด เมลเลอร์ น.84)

สำรองไม่ได้ใช้ :
อเล็กซ์ ซิซัค, คอนเนอร์ บราวน์, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, คริส ซุทเธอร์แลนด์


ลิเวอร์พูล :
แบร๊ด โจนส์, อันเดร วิสดอม (สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.55), มาร์ติน สเคอร์เทล, เซบาสเตียน โคอาเตส, แจ็ค โรบินสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ราฮีม สเตอร์ลิง (จอนโจ เชลวี่ย์ น.72), หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาบิโอ บอรินี่ (สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง น.55), แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

สำรองไม่ได้ใช้ :
ปีเตอร์ กูลาชซี่, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ลูคัส เลว่า, ซูโซ่


ผู้ตัดสิน :
ลี โพรเบิร์ต

ฮีโร่โอลด์แฮมลั่นสอยท๊อฟฟี่ร่วงตามหงส์

แม็ตต์ สมิธฮีโร่โอลด์แฮมลั่นวาจา ขอพาทีมกำราบเอฟเวอร์ตันในศึกเอฟเอคัพรอบห้าต่ออีกหลังจากระเบิดฟอร์มสอยสอง ตุงนำทีมเขี่ยลิเวอร์พูลตกรอบสี่ด้วยสกอร์ 3-2
แม้จะมีผลงานแย่ในลีกวันโดยรั้งอันดับ 19 ของตารางต่ำกว่าหงส์แดง 80 อันดับ แต่โอลด์แฮมก็เขี่ยเร้ด แมชีนให้พ้นทางได้ด้วยสองประตูจากฝีเท้าของศูนย์หน้าร่างยักษ์
“ผมพูดไม่ออกจริงๆกับผลการแข่งขัน เราลงไปช่วยกันเล่นเป็นทีม เราสมควรชนะอย่างแท้จริง” สมิธเอ่ย
“เราพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถทำได้ในวันนี้ และเราจะทำให้ได้อีกครั้งในเกมกับเอฟเวอร์ตัน”

ร็อดเจอร์สไม่แก้ตัวหงส์โดนหมูกัด

เบรนแดน ร็อดเจอร์สผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลยอมรับความปราชัยแต่โดยดีโดยไม่ขอแก้ตัว หลังพาทีมบุกมาพ่ายโอลด์แฮมพร้อมยืนยันว่าจัดทัพได้อย่างเหมาะสมแล้ว
ในเกมที่บาวน์ดารี่ พาร์ค เร้ด แมชีนมีการสลับผู้เล่นบางตำแหน่ง แต่จากภาพรวมกุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือชี้แจงว่ายังแข็งแกร่งกว่าเจ้าบ้านซึ่ง เป็นทีมในโซนตกจากลีกวัน ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่มีข้ออ้างใดๆในการตกรอบเอฟเอคัพนอกจากยอมรับว่าหงส์แดง เล่นกันได้ไม่ดีพอ
“ฟุตบอลเอฟเอคัพเป็นรายการที่เราต้องการไปให้ไกลที่สุด และมันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ เราส่งทีมที่แข็งแกร่งที่สุดที่สามารถพาทีมชนะได้ลงสนาม แต่เราทำไม่สำเร็จ” กุนซือเร้ด แมชีนเอ่ย
ต่อผลการแข่งขันที่ปรากฏ มีการเผยข้อมูลว่านับเป็นครั้งแรกในศึกเอฟเอคัพที่ลิเวอร์พูลบุกไปแพ้คู่ แข่งซึ่งอยู่ต่ำกว่าสองดิวิชั่นนับตั้งแต่โดนวูสเตอร์ ซิตี้ทีมนอกลีกเขี่ยตกรอบเมื่อปี 1959

ดิ๊กคอฟสุดปลื้มทำให้แฟนได้แฮปปี้

พอล ดิ๊กคอฟกุนซือทีมโอลด์แฮมปลาบปลื้มสุดขีดหลังพาทีมกำราบลิเวอร์พูลได้สำเร็จ เนื่องจากเท่าที่ผ่านมาสาวกของสโมสรมักผิดหวังกับผลงานของทีมซะเป็นส่วนใหญ่
จากผลงานในลีก โอลด์แฮมห้อยต่องแต่งอยู่ในอันดับ 19 ของลีกวัน แต่กลับสยบหงส์แดงได้อย่างเหลือเชื่อจึงทำให้ดิ๊กคอฟระรี้เป็นที่สุด
“มันเป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมตลอดเวลา ผมภูมิใจและดีใจไปกับแฟนๆด้วยเพราะมันนานมากแล้วที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัส กับความสำเร็จอะไรเลย”
“ผมเป็นคนที่โชคดีขณะค้าแข้ง แต่วันนี้เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว” กุนซือทีมรองบ่อนเอ่ย

เรมีลั่นตามรอยอองรี

Sunday, January 27th, 2013

เรมี่ กล่าวกับ เดอะ ซัน แท็บลอยด์ดังเมืองผู้ดี ว่า “ครอบครัวของผมมาจากหมู่เกาะมาร์ตินิก อองรี เป็นลูกครึ่งมาร์ตินิก คำชมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 101 ปีสำหรับผมคงจะเป็น “เรมี่ มีเส้นทางค้าแข้งเหมือนกับ ติตี้ อองรี” เขาลงเล่นมากกว่า 50 นัดในทุกฤดูกาลเป็นเวลา 15 ปี ยิงไป 51 ประตูกับทีมชาติฝรั่งเศส และมีสถิติในการคว้าแชมป์ที่น่าเหลือเชื่อ ในเวลานี้ ผมยังคงห่างไกลจากเขา แต่คุณสามารถฝันว่าจะเป็นดาวเตะบิ๊กเนมในวงการฟุตบอลฝรั่งเศสได้”

ถึง แม้ว่าจะมีความฝันว่าอยากจะประสบความสำเร็จเหมือน อองรี แต่ เรมี่ ยอมรับว่าไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นนักฟุตบอลเลยในช่วงวัยเด็ก “ต้องขอบคุณเพื่อนบ้านของผมที่ผมได้เป็นนักเตะอาชีพ เขาชมเกมที่ผมเล่นตลอดและแก้ไขสิ่งที่ผมทำผิดพลาดเสมอ บางครั้งเขาลงไปเล่นให้ดูเลยด้วยซ้ำ โชคดีอย่างยิ่งที่ผมเป็นเด็กคนนั้น เพราะผมค่อนข้างผิดหวังกับการที่โตมาโดยไม่มีพ่อ ผมไม่มีใครที่จะมารับส่งบอลด้วย, คุยเรื่องฟุตบอลด้วย รวมถึงคนที่จะผลักดันผม ผมจัดการตัวเองหมดทุกอย่าง นี่แหละชีวิต”

พร้อม กันนี้ ดาวยิงวัย 26 ปี ย้อนความหลังถึงครั้งที่ยังเป็นนักเตะเยาวชนร่วมรุ่นกับ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา และ คาริม เบนเซม่า ที่ โอลิมปิก ลียง “วันหนึ่ง เราเล่นในเกมสำรอง เขา (โรแบร์ วาเล็ตต์ โค้ชทีมเยาวชน) ตะโกนมาที่ผมว่า “นายมาเล่นฟุตบอลข้างถนนที่นี่ไม่ได้นะ” ทุกคนได้ยินที่เขาพูด และมันเตือนสติผม เขาอยากให้ผมเข้าใจว่ามันไม่ใช่แค่การเตะเล่นๆเท่านั้น ฟุตบอลเป็นเรื่องที่จริงจัง

“ในช่วงนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองหมดหนทางแล้ว ผมปล่อยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นตามทางของมัน โชคดีที่ผมเปลี่ยนตัวเองได้ ในตอนนี้ หลังจาก คาริม และ ฮาเต็ม ผมเป็นนักเตะคนที่ 3 ในรุ่นนั้นที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะทีมชาติได้สำเร็จ”

โลอิก เรมี่ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาเปิดเผยว่าตั้งเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในการค้าแข้งบนแผ่นดิน เมืองผู้ดีตามรอย เธียร์รี่ อองรี ศูนย์หน้ารุ่นพี่ร่วมชาติของ อาร์เซน่อล ที่ทำผลงานสุดยอดจนก้าวขึ้นไปเป็นของตำนานของทัพ “ปืนใหญ่” จนถึงเวลานี้

เร มี่ เพิ่งจะย้ายมาร่วมทัพ “คิวพีอาร์” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แถมยิงประตูแรกได้แล้วตั้งแต่เกมประเดิมสนามที่เสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีภารกิจในการช่วยให้ต้นสังกัดเอาตัวรอดจากการตกชั้นให้ได้ รวมทั้งต้องการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับที่ อองรี เคยทำได้มาแล้ว

นอก จากนี้ อดีตศูนย์หน้าโอลิมปิก มาร์กเซย เผยว่ามีปัญหาในช่วงแรกๆที่ได้โอกาสติดทีมชาติฝรั่งเศส จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นขาประจำในแคมป์ “ตราไก่” เรียบร้อยแล้ว “ครั้งแรกที่ผมได้ร่วมซ้อมกับทีมชาติฝรั่งเศสคือตอนฤดูก่ล 2009-10 และมันช่วยให้ผมเข้าใจว่าฟุคบอลระดับสูงสุดเป็นยังไง ผมอึ้งกับเทคนิคการเล่นและความจริงจังของทุกคน มันเหมือนกับอยู่ในอีกมิติเลย ผมบอกตัวเองว่า “ผมคงไม่ได้อยู่ในทีมนี้นานแน่ๆ” เมื่อคุณเจอกับคนอย่าง ฟร้องคื ริเบรี่ ในแง่ของความเร็วและความมุ่งมั่น คุณต้องสู้ต่อไปเท่านั้น”

ยื้อแย่งนักเตะ

Friday, January 25th, 2013

สำหรับเซซาร์ จอมหนึบวัย 33 ปี อยู่เฝ้าเสากับ อินเตอร์ มิลาน ในลีกลูกหนังเมืองมะกะโรนี นานกว่า 7 ปี โดยเขาคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ได้ถึง 5 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย

ทว่า เซซ่าร์ ต้องออกจากถิ่น จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า เนื่องจากสโมสรต้องการลดภาระค่าเหนื่อยของเขา ก่อนย้ายมาอยู่กับสโมสร ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส แบบน่าประหลาดใจ

ขณะที่ “คิวพีอาร์” ก็ต้องการโละเขาหรือ โรเบิร์ต กรีน คนใดคนหนึ่งออกไปเพื่อลดค่าเหนื่อยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ฟอร์มการเซฟประตูของจอมหนึบแดนแซมบ้านั้น น่าจะเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ทีมหนีรอดการตกชั้นในซีซั่นนี้ได้

สองทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ ลีก ต่างกำลังให้ความสนใจในตัวของอดีตมือกาวเบอร์หนึ่งของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน อยู่ในขณะนี้ โดย เซซ่าร์ เป็นคนที่มีเกียรติประวัติตรงตามที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ “ปิศาจแดง” กับ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซน่อล กำลังตามหา

ราฟาฉุนด่ากราด

Wednesday, January 23rd, 2013

มา เตรัซซี่ ปิดท้ายด้วยคำเด็ดต่ออีกว่า “มูรินโญ่ นี่เบอร์หนึ่งเลย เคล็ดลับเขาคือทำให้นักเตะเหมือนมีส่วนร่วมกับโปรเจคที่เขาทำอยู่ ตอนรอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2010 เขาบอกผมว่าเขากำลังลาทีม ผมบอกกับเขาเลยว่า พระเจ้าช่วย!!! แบบนี้ก็งานเข้าอะดิ เจ้านายจะทิ้งผมไว้กับ เบนิเตซเนี่ยนะ

อย่าง ไรก็ตาม เบนิเตซ กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกม แคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัด 2 ที่ทีมของเขาต้องไปเยือน สวอนซี ซิตี้ ณ สังเวียนแข้ง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม วันพุธที่ 23 มกราคมนี้ว่า สิ่งที่ มาเตรัซซี่ เคยพูดนั้น ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

ข่าวฟุตบอล ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ เชลซี ออกอาการน็อตหลุด จนเฉ่ง มาร์โก มาเตรัซซี่ อดีตลูกทีมสมัยอยู่ที่ อินเตอร์ มิลาน ว่าเป็นพวกจอมโกหก

อดีตกองหลังทีมชาติ อิตาลี เคยให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์ เบนิเตซ อย่างหนัก สมัยที่คุม “งูใหญ่” ก่อนทำทีม 3 แชมป์พังจนถูกไล่ออกในเดือนธันวาคม 2010 หรืออยู่ทำทีมเพียง 6 เดือนจากสัญญา 2 ปีเท่านั้น

“ราฟาเอล เบนิเตซ ไม่ใช่โค้ชในอุดมคติของผม ถ้าผมเป็นเจ้าของสโมสรละก็ เขาไม่มีวันที่จะได้มาคุมทีมผมแน่นอน” มาเตรัซซี่ กล่าวเปิดใจ

“สิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบในตัวเขา คือวิธีตอนที่เขาแนะนำตัวเองกับลูกทีมนี่แหละ”

“โค้ช ฝีมือดีอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ มาร์เซโล่ ลิปปี้ พูดคุยเรื่องกฏต่างๆ ภายในห้องแต่งตัว แต่ เบนิเตซ เขาเขียนกฏเป็นลายลักอักษร 10-12 ข้อ คือมันเหมือนพวกป้ายจราจรบนทางด่วนหรือเด็กเพิ่งเริ่มเข้าโรงเรียนอ่ะ”

“ที่สนามซ้อมอินเตอร์,มีรูปของโค้ชในอดีตที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดติดบนผนังไล่ตั้งแต่ เฮอร์เร่นา,มันชินี่ และ มูรินโญ่”

“เบนิเตซ ไปเอารูป โชเซ่ ลงเฉยเลย การทำแบบนี้แสดงให้เห็นถึงนิสัยของเขาว่าเป็นคนที่แย่มาก”

“ที่ อิตาลี ทุกคนรู้จัก มาเตรัซซี่ และทุกคนในทีม อินเตอร์ ก็รู้ถึงสันดานเขาเป็นอย่างดี” ราฟา กล่าวเปิดใจ

“เขาโกหก,เขาโกหก,เขาโกหก และทุกๆ อย่างที่เขาพูดโกหก”

“เมื่อ เขาพูดเกี่ยวกับ มูรินโญ่ มันก็เป็นเรื่องโกหกคำโต เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า ผมจะไปคุม อินเตอร์ ขนาดผมเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องโกหก”

“ส่วนเรื่องที่ผมให้เอารูปถ่ายออกจากตู้ล็อกเกอร์มันก็เป็นเรื่องตอแหลมาก ดังนั้นเขาจึงเป็นพวกปลิ้นปล้อนหลอกลวง”

ลิเวอร์พูล เตรียมคว้า สไนเดอร์

Saturday, January 19th, 2013

ข่าวฟุตบอล มีการเปิดเผยออกมาว่า เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ มิดฟิลด์เวิลด์คลาสของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน อาจยอมหั่นค่าเหนื่อยมหาศาลเพื่อย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากประเทศ อิตาลี ระบุว่า ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ สไนเดอร์ พร้อมจะหั่นค่าเหนื่อยเพื่อจะได้ย้ายไปเล่นด้วย โดย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” หวังว่า ดาวเตะวัย 28 ปี จะเลือกย้ายมาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ หลังจากออกมายอมรับว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกสังกัด ใหม่

ขณะที่ทางด้าน อูนัล อายซาล ประธานสโมสรของ กาลาตาซาราย ก็เริ่มจะหมดความอดทนกับการรอคำตอบจาก สไนเดอร์ แล้ว โดยยื่นคำขาดว่าต้องการคำตอบภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ “เราจะรออีก 3-4 วันนับจากนี้”

เวสลี่ย์ สไนเดอร์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติฮอลแลนด์ของ อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังเวทีกัลโช่ เซเรีย อา มีโอกาสย้ายไปค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ยักษ์หลับแห่งเกาะอังกฤษ ถ้าหากว่าตัดใจยอมลดค่าเหนื่อยจากที่ได้รับอยู่ในเวลานี้อย่างน้อย 100,000 ปอนด์ (ราว 5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

สไนเดอร์ ถูกตัดชื่อออกจากทีมจนหมดอนาคตกับ อินเตอร์ เรียบร้อยแล้ว และ ลิเวอร์พูล ก็ชื่นชอบในฝีเท้าของเขามาอย่างยาวนานแต่ค่าเหนื่อย 6 ล้านยูโร (ราว 240 ล้านบาท) ต่อปีนั้นแพงเกินกว่าที่ “หงส์แดง” จะจ่ายให้ได้

อย่างไรก็ตาม กาลาตาซาราย ทีมดังจาก ตุรกี สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าตัวของสไนจ์เดอร์ กับ อินเตอร์ ได้แล้วที่ 6.3 ล้านปอนด์แต่ดาวเตะวัย 28 ปีอยากย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ ลีกมากกว่า ประกอบกับ สไนจ์เดอร์ ไม่เต็มใจย้ายไปเล่นใน “แดนไก่งวง” ทำให้ความหวังที่เลือนลางในตอนต้นของ “หงส์แดง” เริ่มเฉิดฉายมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

มูรินโญ่ ลันเจอผีงานเด็กๆ

Tuesday, January 15th, 2013

ข่าวฟุตบอล มูรินโญ่ เชื่อการพบกันในถ้วยชปล. ระหว่าง “ราชันชุดขาว” กับ “ปีศาจแดง” เป็นเกมหยุดโลกขนานแท้ ทุกคนต้องสนใจอยากดูอยากชม มั่นใจพร้อมรบ เพราะผ่านด่านหินรอบแบ่งกลุ่มมาแล้ว
โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์ฝีปากกล้าของ เรอัล มาดริด ทีมดังแห่งศึก ลา ลีกา สเปน เชื่อมั่นว่า เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในวันที่ 13 ก.พ นี้ จะเป็นนัดหยุดโลกอย่างแท้จริง เนื่องจากทุกคนก็ให้ความสนใจกับการพบกันของ 2 ยอดทีม พร้อมเอ่ยปากว่า เสียดายเป็นอย่างยิ่งที่มาพบกันเร็วเกินไปในรอบ 16 ทีมเท่านั้น ไม่ใช่นัดชิงชนะเลิศในฝัน

กุนซือชาวโปรตุเกสกล่าวหลัง จากมีคนพบว่าไปปรากฏตัวที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อชมเกมแดงเดือดระหว่าง แมนฯ ยูฯ และ ลิเวอร์พูล เมื่อ 13 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า

“นี่เป็นเกมที่คนทั้งโลกอยากจะดู เรอัล มาดริด กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นำทัพโดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน น่าเสียดายที่มันไม่ใช่เกมนัดชิงชนะเลิศ เรารู้ดีว่าเขามีสิทธิ์เอาชนะเรา พอๆ กับที่เราจะเอาชนะเขา และเราพร้อมแล้ว”

นอกจากนี้ มูรินโญ่ ยังมั่นใจเต็มเปี่ยมกับความพร้อมของลูกทีม หลังจากผ่าน กรุ๊ป ออฟ เดธ ในรอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จว่า “อาจ จะมีบางกลุ่มที่ทุกคนเห็นอยู่แล้วว่าใครจะเป็นที่ 1 หรือ 2 หลังจากผ่านไปไม่กี่นัด แต่กลุ่มของเรา (กลุ่ม ดี) มี 3 ใน 5 ทีมที่ดีที่สุดในถ้วยใบนี้ เราผ่านมาแล้ว ส่วนตอนนี้เรากำลังจะเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 16 ทีม”

ยำเละผู้ตัดสินชาวชีลี

Thursday, January 10th, 2013

ว็บไซต์ชื่อดังของอังกฤษรายงานข่าว ผู้ตัดสินฟุตบอลในลีกสมัครเล่นของประเทศชิลี คู่ระหว่าง บาคิวดาโน่ กับ ปาโบล ลิซาม่าเป่ายกเลิกเกมกระทันหัน จนเป็นสาเหตุให้ถูกนักฟุตบอลและแฟนบอลโดนทำร้าย เมื่อวานนี้

เหตุเกิดจากจังหวะปะทะของผู้เล่นทั้งสองทีมตรงกลางสนาม โดนมีแฟนบอลรายหนึ่งไม่พอใจลงมาทำร้ายผู้กำกับเส้น แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อนักเตะทั้งสองทีมช่วยกันกล่อมแฟนบอล รายนั้นให้สงบสติอารมณ์ลงได้

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผู้ตัดสินกับเป่าหยุดเกมทันที ส่งผลให้ผู้เล่นของทีม ปาโบล ลิซาม่า และ แฟนบอล ไม่พอใจจนรุมทำร้ายผู้ตัดสิน

บาโลเตลลี่เสียบโหด

Friday, January 4th, 2013

หล่งข่าววงในรายงานว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงเลือดร้อนได้เข้าบอลแบบน่าเกลียดใส่ สกอตต์ ซินแคลร์ ปีกดาวรุ่งเพื่อนร่วมทีม จนนอนลงไปกองกับพื้น ระหว่างที่กำลังซ้อมแผนเตรียมไว้ในเกม เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบสาม ที่จะพบกับ วัตฟอร์ด ทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

ทำให้กุนซือชาว อิตาเลี่ยน วิ่งไปคว้าคอ บาโลเตลลี่ ก่อนที่จะเหวี่ยงไปมา ขณะที่ บาโลเตลลี่ ก็ไม่ยอมมีขัดขืนให้เห็นชัดเจน ไม่ต่างกับการทะเลาะแบบลงไม้ลงมือกันครั้งแรกต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมใน แคร์ริงตัน เคราะห์ยังดีที่ไม่เกิดเหตุการณ์บานปลายไปกว่านั้น เพราะกลุ่มสตาฟฟ์โค้ชรวมทั้ง ไบรอัน คิดด์ ได้วิ่งเข้ามาแยกทั้งคู่ออกได้ทัน ก่อนเหตุการณ์จะสงบลงไป

“มันชินี่ วิ่งปรี่เข้าไปหา บาโลเตลลี่ เขารู้สึกโกรธมาก และพยายามจับตัวมาริโอทุ่มลงกับพื้น” ช่างภาพผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผย

“แต่ ดูเหมือนว่า มาริโอ จะแข็งแกร่งเกินไปที่ มันโช่ จะทุ่มลงกับพื้นได้ หลังจากนั้นเหล่าสต๊าฟโค้ชจึงวิ่งเข้าไปแยกทั้งคู่ออกจากกัน แต่มันชินี่ ยังไม่ยอมเลิก พยายามสลัดและวิ่งเข้าไปเอาเรื่อง มาริโอ อีกครั้ง”

อย่าง ไรก็ตาม ก่อนหน้านี้อดีตดาวเตะ “งูใหญ่” ก็เคยก่อเรื่องทำนองนี้ที่แคมป์ฝึกซ้อมมาแล้ว หลังถูกจับภาพได้ว่ามีเรื่องมีราวกับไมกาห์ ริชาร์ด จนเกือบลงไม้ลงมือกัน

ทั้ง นี้ หัวหอก “เกรียนเทพ” มีโอกาสลงเล่นในซีซั่นนี้ไม่มากนัก ทำให้ตกเป็นข่าวว่าจะย้ายออกจากถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ในช่วงเดือนมกราคมนี้ โดยมี เอซี มิลาน ที่แสดงความสนใจและพร้อมยื่นข้อเสนอเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีม