Posts Tagged ‘ข่าวฟุตบอล’

บอลไทยจัดหนักถล่มอิรัก

Monday, June 3rd, 2013

  ”สำหรับในช่วงเลกที่สองเราจะมีการเสริมตัวผู้เล่นเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 5 ราย ตอนนี้ที่จ่อจะได้มีทาง อนุกรณ์ สางรัมย์ จากระยอง เอฟซี, สมบุญ แสงสวัสดิ์ จากทีมปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู เอฟซี, วิชากุล ทุมจารย์ จาก ทีมอ่างทอง เอฟซี และ เชวาน กองหน้าจากทีมกาฬสินธุ์ เอฟซี ซึ่งทั้ง 4 รายนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจา ส่วนที่ได้ตัวมาเสริมทีมเป็นที่แน่นอนแล้วคือ ศิทธวุฒิ ไสวศรี เซนเตอร์แบ็กจากทีมศุลกากร ยูไนเต็ด  นอกจากนั้นในตอนนี้เรายังได้ นันทปรีชา คำแหง อดีต เฮดโค้ชทีมกาฬสินธุ์ เอฟซี ในช่วงสั้นๆ เข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยโค้ชในช่วงเลกที่สอง ซึ่งจากนี้เราคงต้องปรับจูนทีมให้ลงตัวให้เร็วที่สุด และคงต้องทำงานให้หนักเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าเป้าหมายของทีมจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากการตีตั๋วไปเล่นในรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้เท่านั้น เราจะพยายามเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเกมที่เราลงเล่นในบ้านต้องสามแต้มเท่านั้น”

เพราะฉะนั้นในช่วงเลกที่สองทีมจึงมีการปรับทีมครั้งใหญ่ภายใต้สโลแกนลด ปริมาณแต่เพิ่มคุณภาพ นั่นคือการปล่อยนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนงาน และโชว์ผลงานในเลกแรกได้ไม่โดนใจออกจากทีม แล้วดึงนักเตะใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาเสริมโดยเน้นนักเตะที่เป็นศิษย์เก่าของ ทีมที่เคยได้ร่วมงานกันเมื่อครั้งทีมเล่นในระดับยามาฮ่า ลีก วัน เข้ามาเสริม โดยล่าสุดทางบอร์ดบริหารของทีมได้เจรจาดึง 5 แข้งอย่าง อนุกรณ์ สางรัมย์ จาก ระยอง เอฟซี, สมบุญ แสงสวัสดิ์ จากปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู เอฟซี, วิชากุล ทุมจารย์ จากอ่างทอง เอฟซี, ศิทธวุฒิ ไสวศรี จากศุลกากร ยูไนเต็ด ที่เคยร่วมงานกัน และ เชวาน กองหน้าจากทีมกาฟสินธุ์ เอฟซี เข้ามาเสริมความคมในแดนหน้า

เท่านั้นยังไม่พอ พัทลุง เอฟซี ยังมีการคว้าตัว นันทปรีชา คำแหง อดีตกุนซือใหญ่ทีมกาฬสินธุ์ เอฟซี เข้ามาช่วยงานในช่วงเลกที่สองอีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากตัวผู้เล่นแล้ว ในส่วนของทีมงานผู้ฝึกสอนก็ไม่เคยมองข้าม ซึ่งเป้าหมายของทีมจากนี้ทางบอร์ดบริหารพร้อมทั้ง ”โค้ชป๋อง” ชยพล คชสาร กุนซือใหญ่ ตั้งเป้าที่จะเดินหน้าล่าแต้มเพื่อกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเชิงลูกหนังแดน ใต้อีกครั้ง โดยหวังที่จะตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้

                  ”อีแอ่น เหินฟ้า” ขยับเสริมทัพในช่วงเลกที่สองได้อย่างน่ากลัวและแน่นอน การดึงเด็กเก่าเข้ามาเสริมศักยภาพทีมไม่เป็นสองรองใครแน่ เลกแรกแค่ลองชิมลาง ส่วนเลกสองพวกเขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของลูกหนังแดนใต้อีก ครั้ง งานนี้จะแจ่มแค่ไหน ไม่นานได้รู้กัน…

ย้อนไปดูผลงาน 10 เกมในเลกแรกทัพ ”อีแอ่นเหินฟ้า” เป็นหนึ่งเดียวในโซนใต้ที่ไม่เคยแพ้ใคร ผลงานที่ผ่านมาถือว่าโชว์ลีลาได้สอบผ่านฉลุยชนะ 4 เสมอ 6 มี 18 คะแนน มีแต้มห่างจากทีมจ่าฝูงและรองจ่าฝูงเพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าเมื่อใดที่สองทีมข้างบนเพลี่ยงพล้ำ และเขาสามารถโกยสามแต้มได้ พวกเขาจะขยับขึ้นแท่นจ่าฝูงโซนใต้ทันที

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับการเล่นที่ไม่เข้าฟัก

Saturday, March 16th, 2013

ผู้เล่นแมนเชสเตอร์แทบจะไม่สามารถเรียกร้องให้ได้รับประหลาดใจโดยโรนัล โด้ของคุณภาพการแข่งขันชนะเลิศ และส่วนที่เหลือของเราไม่สามารถรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามาดริดจะไม่ได้คว้าชัย ชนะจากความพ่ายแพ้โดยไม่คำนึงถึงบัตรสีแดง

ที่เป็นลักษณะในส่วนที่น่า สนใจของกีฬา ทั้ง สองฝ่ายแต่ละที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ที่มีราคาแพง แต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับการทีมที่โดดเด่นว่าสโมสรได้สอดแทรกในประวัติศาสตร์ ของพวกเขา

บรรทัดล่างคือว่าสหรัฐพร้อมกับเชลซีและแมนเชสเตอร์ซิตี, ไม่ดีพอที่จะไปถึงแปดคนสุดท้าย และพรีเมียร์ลีกสำหรับทุก hype และการอุทธรณ์ทีวีทั่วโลกจะไม่เสมอที่ดีที่สุดในยุโรป

ที่มีแนวโน้ม ว่าจะมาในฤดูกาลนี้จากสเปนหรือเยอรมัน บดบังด้วย brouhaha ในแมนเชสเตอร์, Borussia Dortmund แจ่มแจ้งเอา Shakhtar Donetsk ในวันอังคารที่

ฝ่าย เยอรมันซึ่งได้ outplayed แล้วแมนเชสเตอร์ซิตีและเรอัลมาดริดในฤดูกาลนี้แล่นอย่างสงบเงียบกับเป้าหมาย มุ่งพิทักษ์จากเฟลิซานตาหนึ่งคล่องแคล่วจากมาริโอGötzeและหมัดเด็ดฉวยโอกาส จาก Jakub Blaszczykovski

 

บาง คนบอกว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดถูกปล้นโดยการตัดสินใจตัดสินตุรกีในการส่ง ออกอนุรักษ์นิยม Nani ของตนในแชมเปี้ยนส์ลีกกับเรอัลมาดริดในวันอังคารที่ คนอื่นบอกว่าผู้ตัดสิน Cuneyt Cakir ได้ทำหน้าที่ของเขาที่หายไปจากหนังสือและลงโทษการเล่นที่เป็นอันตราย

ทั้ง สองวิธีเล่นเกมระหว่างทั้งสองสโมสรมูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์และคนละถ่ายทอด สดทั่วโลกก็จะถือว่าได้รับการบิดเบือนโดยสายเดียวจากผู้ตัดสิน

ไม่มีใครรู้ว่าสหรัฐจะได้ไปในที่จะชนะการประกวด มัน จะนำเวลาที่บัตรสีแดง แต่มันหายไปในที่สุด 2-1 หลังจากที่ถูกลดลงไป 10 คนเทียบกับ 11 ที่เหลือครึ่งชั่วโมงที่ Old Trafford Stadium

เป็นผลมาจากการกำจัดของสหรัฐที่อยู่ในความน่าจะเป็นทั้งหมดจะไม่มีด้านภาษาอังกฤษอยู่ในขั้นตอนของ quarterfinal เปียนส์ลีก และ ยกเว้นมหัศจรรย์ฟุตบอลอาร์เซนอลเมื่อพยายามที่จะหันไปรอบ ๆ การขาดดุล 3-1 ในสัปดาห์ถัดไปมิวนิก, โอกาสของการมีส่วนร่วมในขั้นสุดท้ายอังกฤษ – จะเล่นในลอนดอนในเดือนพฤษภาคม – เสร็จสิ้น

สิ่งที่ดีเกินไปบางคนภายในยูฟ่ากล่าวว่า ยู ฟ่าวิ่งแข่งขันและมันกลัวเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่าสโมสรอังกฤษ, bankrolled โดย oligarchs และครอบครัวและผู้ประกอบการน้ำมันอเมริกันจะผูกขาดรางวัล ที่จริงมันเกิดขึ้นในเกือบ 2009 เมื่อสามสี่ semifinalists เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอังกฤษในนาม

แต่ก็ไม่มีใครคนหนึ่งหวังเป็นในจิตใจของ Cakir เมื่อเขาทำของเขาโทรอังคาร

อาชีพของเขาอยู่ในประกัน แต่ Cakir ได้รับรอบผู้ใหญ่ชั้นของฟุตบอลสำหรับทศวรรษ มัน จะดูเหมือนโอกาสที่เขาได้เห็นวิดีโอการฟาล์วน่ากลัวว่า Michel d’Hooghe ประธานเบลเยียมของคณะกรรมการการแพทย์ของฟีฟ่าได้แสดงให้เห็นไปยังกรรมการ ชั้นนำ

วัตถุประสงค์ D’Hooghe’s คือการสั่งตัดสินที่จะใช้เส้นหนักกับกติกาที่เป็นอันตรายที่อาจจะใช้ผู้เล่นออกจากเกมแม้ขู่อาชีพของพวกเขา และร่วมกับผู้นำของคณะกรรมการผู้ตัดสิน ‘หมอย้ำว่าผู้ตัดสินไม่ได้มีการปกครองในเจตนาของผู้กระทำผิดเพียงเกี่ยวกับโทษของการกระทำ

ใน ที่ 2010 รอบสุดท้าย, ตัดสินโฮเวิร์ดเว็บบ์ภาษาอังกฤษไม่เห็นอะไรในแทงด้วยเท้าจากเนเธอร์แลนด์ ‘Nigel de Jong ว่าเกือบจับหัวของสเปน Xabi Alonso ในวันอังคารที่เหม็นน้อยโดย Nani ถูกตีความโดย Cakir เป็นละครที่เป็นอันตราย

มันเป็น? เราทุกคนสามารถมองเป็นพัน ๆ ครั้งที่มันจากมุมต่าง ๆ และในเวลาจริงหรือ replay กรอบโดยกรอบ คนส่วนใหญ่เชื่อว่า Nani ไม่ได้ดูของจริงพิทักษ์ Alvaro Arbeloa ล้ำหน้าจากข้างหลังเขาเหมือนรถไฟด่วน

Nani มีความชำนาญพิเศษเช่นบัลเล่ต์ระดับ เขามีดวงตาเพียงสำหรับลูกและเป็นความพยายามที่จะถอนมันออกมาจากอากาศเหนือไหล่ของเขาเอง Arbeloa รีบวิ่งเข้าไปในรองเท้าของ Nani แปรงหน้าอกของเขาและชาวสเปนลงไป

แต่ในสตูดิโอทีวีอังกฤษรอยคีน, Man United อดีตคนยากเล่นปีศาจของผู้สนับสนุน ผู้ตัดสินได้ตัดสินใจที่ถูกคีนยืนยัน

“มันเป็นไม่เกี่ยวข้องถ้า Nani ตั้งใจที่จะทำมัน” เขากล่าวว่าผลกระทบต่อ Arbeloa “เขาควรจะตระหนักถึงของผู้เล่นรอบ ๆ ตัวเขา เขาคิดว่าไม่ว่าเขาจะมี 20 หลาให้กับตัวเองในการแข่งขันฟุตบอล? “คีนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่อาจจะมีอันตรายในการตั้งใจเล่นวันของเขา เขาเขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาว่าเขาไม่ประสงค์ร้ายจบอาชีพของฝ่ายตรงข้ามที่เขากระทืบขณะที่ผู้เล่นจะถูกกักบริเวณ

โดยทั่วไป แต่เกมมีความสะอาด บาด เจ็บที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ผู้ตัดสินอยู่ในตำแหน่งเดียวกับตำรวจจราจรที่ต้องปิดถนนขับรถซึ่งพวกเขา คิดว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นผ่านขับรถโดยประมาท

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่แมนเชสเตอร์จะออกจากแชมเปี้ยนส์ลีก? อเล็กซ์ เฟอร์กูสันผู้จัดการและโค้ชไทยผ่านมากกว่าหนึ่งในสี่ของศตวรรษที่และ หลายกว่า 1,000 เกมเป็นไฟได้โดยบัตรสีแดงที่เขาปฏิเสธที่จะพูดกับใครหลังจากเป่านกหวีดสุด ท้าย เขาเพียงแค่จิ้มนิ้วกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่การแข่งขัน

บางทีในรัฐของเขาใจเงียบเป็นรอบคอบ แต่ เมื่อเจ้านายของ Trafford สงบลงเก่าเขาอาจเห็นว่าเป้าหมายจาก Luka Modric ที่แก้วหูคะแนนเป็นที่ประณีตและชนะเป้าหมายเคาะโดย Cristiano Ronaldo จะได้รับการป้องกันอย่างใดอย่างหนึ่งโดยผู้รักษาประตูเดวิดเดอ Gea กองหลังหรือราฟาเอลของเขา .

ทั้งย้ายไปอยู่กับความขยันเนื่องจากผ่านตรงไปตรงมาทั่ว goalmouth ไปที่โรนัลโด้ lurked ป้าย และโรนัลเกือบขอโทษแทงในสัมผัสกับสโมสรที่ทำให้อาชีพของเขาก่อนที่จะขายเขาในสหมาดริด

 

อีสาน ยูไนเต็ด ไม่มาตามนัด

Saturday, February 2nd, 2013

อีสาน ยูไนเต็ด เบี้ยวถกสิทธิ์ตามที่คาดการณ์ ขณะที่ฝั่งอำนาจเก่าอย่าง ธเนศ เครือรัตน์ เดินเครื่องยื่นทวงสิทธิ์คืนเต็มรูปแบบ ชูไพ่เด็ดหลักฐานอีสานแอบอ้างจัดทำเอกสารปลอมเพื่อฮุบสิทธิ์ ด้าน ”บิ๊กแป๊ะ” ถิรชัย วุฒิธรรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาข้อประท้วงยันต้องเลื่อนพิพากษาไปเป็นวันที่ 5 ก.พ. 56 ผู้กำกับ สภอ.ศรีสะเกษ ส่งหมายเรียก ”เฮียหวด” สมบัติ เกียรติสุรนนท์ บิ๊กอีสาน ต้องเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาที่ฝั่งศรีสะเกษพาดพิง หากไม่มาตามนัดคงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการ
โดยทาง ธเนศ เครือรัตน์ ตัวแทนจากทางศรีสะเกษ ผู้กล่าวหาได้ฟ้องร้องพร้อมกับส่งเอกสารฉบับจริง พร้อมทั้งยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฝั่งอีสาน ยูไนเต็ด ปลอมแปลงเอกสารเพื่อหวังครองสิทธิ์ในการทำทีม

ขณะที่ทางผู้ถูกกล่าวหาฝั่งอีสาน ยูไนเต็ด ได้ส่งเพียงเอกสารมาชี้แจงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตัวบุคคลอย่าง “เฮียหวด” สมบัติ เกียรติสุรนนท์ ไม่ได้เข้ามาร่วมประชุม ดังนั้นจึงมีการเลื่อนการชี้แจงนี้ออกไปเป็นวันที่ 5 ก.พ. 56

หลังจากที่ทีม “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ได้เปลี่ยนชื่อทีมเป็นอีสาน ยูไนเต็ด พร้อมทั้งมีการย้ายสนามไปเล่นที่ทุ่งบูรพา จ.อุบลราชธานี ทำให้เกิดการประท้วงกันขึ้นเพื่อที่จะขอสิทธิ์ในการทำทีมคืนและดึงกลับไป อยู่จังหวัดศรีสะเกษเช่นเดิม

ซึ่งทาง “บิ๊กแป๊ะ” ถิรชัย วุฒิธรรม ประธานพิจารณาไต่สวนสิทธิ์การทำทีมก็ได้มีการนัดทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 56 ที่ผ่านมา ในช่วงเวลา 11.00 น. ก็ได้มีการเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาอีกเป็นครั้งที่ 3 ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน โดยเป็นการประชุมภายใน ไม่เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังแต่อย่างใด

ถ้าครั้งนี้ยังเงียบอีกไม่ออกมาชี้แจงเราก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้า หน้าที่ตำรวจให้มีการดำเนินคดี และโดนฟ้องตามที่เคยบอกไว้แต่ถ้าไม่ผิดอะไรเรื่องก็คงจบเท่านี้ และถ้าฝ่ายถูกร้องไม่ยอมเข้ามาชี้แจงจริงๆ เราคงต้องพิจารณาตัดสินตามหลักฐานที่เรามีอยู่ทั้งหมดรับรองวันที่ 5 ก.พ. 56 นี้ทุกอย่างจบแน่เราจะเร่งเคลียร์เรื่องสิทธิ์ให้จบก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะ เริ่ม

โดยเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิทธิ์ขาดที่ทางบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ออกมาฟันธงยกสิทธิ์ให้กับอีสาน ยูไนเต็ด ไปเมื่อไม่นานมานี้ หากว่าอีสานผิดจริงก็คงจะต้องว่ากันไปตามหลักการ”
ซึ่งหลังจากที่ประชุมเสร็จสิ้นทาง “บิ๊กแป๊ะ” ถิรชัย วุฒิธรรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาข้อประท้วงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นไปออกมาเผยกับ ผู้สื่อข่าวด้วยว่า “การประชุมวันนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามีแต่ทางผู้กำกับ สภอ.ศรีสะเกษ มาชี้แจงข้อกล่าวหาเท่านั้น แต่ไม่มีตัวแทนจากฝั่งอีสาน ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมประชุม มีเพียงการส่งเอกสารชี้แจงมาอย่างเดียวทำให้เราสรุปอะไรยังไม่ได้

ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกมาหมายเรียกให้ นายสมบัติ เกียรติสุรนนท์ ประธานสโมสรอีสาน ยูไนเต็ด ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาในวันที่ 4 ก.พ. 56 ไหนๆ ก็จะมีการชี้แจงแล้วดังนั้นทางเราจึงมีการนัดเข้ามาชี้แจงกับคณะกรรมการ พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 5 ก.พ. นี้

เรมีลั่นตามรอยอองรี

Sunday, January 27th, 2013

เรมี่ กล่าวกับ เดอะ ซัน แท็บลอยด์ดังเมืองผู้ดี ว่า “ครอบครัวของผมมาจากหมู่เกาะมาร์ตินิก อองรี เป็นลูกครึ่งมาร์ตินิก คำชมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 101 ปีสำหรับผมคงจะเป็น “เรมี่ มีเส้นทางค้าแข้งเหมือนกับ ติตี้ อองรี” เขาลงเล่นมากกว่า 50 นัดในทุกฤดูกาลเป็นเวลา 15 ปี ยิงไป 51 ประตูกับทีมชาติฝรั่งเศส และมีสถิติในการคว้าแชมป์ที่น่าเหลือเชื่อ ในเวลานี้ ผมยังคงห่างไกลจากเขา แต่คุณสามารถฝันว่าจะเป็นดาวเตะบิ๊กเนมในวงการฟุตบอลฝรั่งเศสได้”

ถึง แม้ว่าจะมีความฝันว่าอยากจะประสบความสำเร็จเหมือน อองรี แต่ เรมี่ ยอมรับว่าไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นนักฟุตบอลเลยในช่วงวัยเด็ก “ต้องขอบคุณเพื่อนบ้านของผมที่ผมได้เป็นนักเตะอาชีพ เขาชมเกมที่ผมเล่นตลอดและแก้ไขสิ่งที่ผมทำผิดพลาดเสมอ บางครั้งเขาลงไปเล่นให้ดูเลยด้วยซ้ำ โชคดีอย่างยิ่งที่ผมเป็นเด็กคนนั้น เพราะผมค่อนข้างผิดหวังกับการที่โตมาโดยไม่มีพ่อ ผมไม่มีใครที่จะมารับส่งบอลด้วย, คุยเรื่องฟุตบอลด้วย รวมถึงคนที่จะผลักดันผม ผมจัดการตัวเองหมดทุกอย่าง นี่แหละชีวิต”

พร้อม กันนี้ ดาวยิงวัย 26 ปี ย้อนความหลังถึงครั้งที่ยังเป็นนักเตะเยาวชนร่วมรุ่นกับ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา และ คาริม เบนเซม่า ที่ โอลิมปิก ลียง “วันหนึ่ง เราเล่นในเกมสำรอง เขา (โรแบร์ วาเล็ตต์ โค้ชทีมเยาวชน) ตะโกนมาที่ผมว่า “นายมาเล่นฟุตบอลข้างถนนที่นี่ไม่ได้นะ” ทุกคนได้ยินที่เขาพูด และมันเตือนสติผม เขาอยากให้ผมเข้าใจว่ามันไม่ใช่แค่การเตะเล่นๆเท่านั้น ฟุตบอลเป็นเรื่องที่จริงจัง

“ในช่วงนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองหมดหนทางแล้ว ผมปล่อยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นตามทางของมัน โชคดีที่ผมเปลี่ยนตัวเองได้ ในตอนนี้ หลังจาก คาริม และ ฮาเต็ม ผมเป็นนักเตะคนที่ 3 ในรุ่นนั้นที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะทีมชาติได้สำเร็จ”

โลอิก เรมี่ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาเปิดเผยว่าตั้งเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในการค้าแข้งบนแผ่นดิน เมืองผู้ดีตามรอย เธียร์รี่ อองรี ศูนย์หน้ารุ่นพี่ร่วมชาติของ อาร์เซน่อล ที่ทำผลงานสุดยอดจนก้าวขึ้นไปเป็นของตำนานของทัพ “ปืนใหญ่” จนถึงเวลานี้

เร มี่ เพิ่งจะย้ายมาร่วมทัพ “คิวพีอาร์” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แถมยิงประตูแรกได้แล้วตั้งแต่เกมประเดิมสนามที่เสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีภารกิจในการช่วยให้ต้นสังกัดเอาตัวรอดจากการตกชั้นให้ได้ รวมทั้งต้องการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับที่ อองรี เคยทำได้มาแล้ว

นอก จากนี้ อดีตศูนย์หน้าโอลิมปิก มาร์กเซย เผยว่ามีปัญหาในช่วงแรกๆที่ได้โอกาสติดทีมชาติฝรั่งเศส จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นขาประจำในแคมป์ “ตราไก่” เรียบร้อยแล้ว “ครั้งแรกที่ผมได้ร่วมซ้อมกับทีมชาติฝรั่งเศสคือตอนฤดูก่ล 2009-10 และมันช่วยให้ผมเข้าใจว่าฟุคบอลระดับสูงสุดเป็นยังไง ผมอึ้งกับเทคนิคการเล่นและความจริงจังของทุกคน มันเหมือนกับอยู่ในอีกมิติเลย ผมบอกตัวเองว่า “ผมคงไม่ได้อยู่ในทีมนี้นานแน่ๆ” เมื่อคุณเจอกับคนอย่าง ฟร้องคื ริเบรี่ ในแง่ของความเร็วและความมุ่งมั่น คุณต้องสู้ต่อไปเท่านั้น”

ยื้อแย่งนักเตะ

Friday, January 25th, 2013

สำหรับเซซาร์ จอมหนึบวัย 33 ปี อยู่เฝ้าเสากับ อินเตอร์ มิลาน ในลีกลูกหนังเมืองมะกะโรนี นานกว่า 7 ปี โดยเขาคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ได้ถึง 5 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย

ทว่า เซซ่าร์ ต้องออกจากถิ่น จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า เนื่องจากสโมสรต้องการลดภาระค่าเหนื่อยของเขา ก่อนย้ายมาอยู่กับสโมสร ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส แบบน่าประหลาดใจ

ขณะที่ “คิวพีอาร์” ก็ต้องการโละเขาหรือ โรเบิร์ต กรีน คนใดคนหนึ่งออกไปเพื่อลดค่าเหนื่อยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ฟอร์มการเซฟประตูของจอมหนึบแดนแซมบ้านั้น น่าจะเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ทีมหนีรอดการตกชั้นในซีซั่นนี้ได้

สองทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ ลีก ต่างกำลังให้ความสนใจในตัวของอดีตมือกาวเบอร์หนึ่งของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน อยู่ในขณะนี้ โดย เซซ่าร์ เป็นคนที่มีเกียรติประวัติตรงตามที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ “ปิศาจแดง” กับ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซน่อล กำลังตามหา

ราฟาฉุนด่ากราด

Wednesday, January 23rd, 2013

มา เตรัซซี่ ปิดท้ายด้วยคำเด็ดต่ออีกว่า “มูรินโญ่ นี่เบอร์หนึ่งเลย เคล็ดลับเขาคือทำให้นักเตะเหมือนมีส่วนร่วมกับโปรเจคที่เขาทำอยู่ ตอนรอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2010 เขาบอกผมว่าเขากำลังลาทีม ผมบอกกับเขาเลยว่า พระเจ้าช่วย!!! แบบนี้ก็งานเข้าอะดิ เจ้านายจะทิ้งผมไว้กับ เบนิเตซเนี่ยนะ

อย่าง ไรก็ตาม เบนิเตซ กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกม แคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัด 2 ที่ทีมของเขาต้องไปเยือน สวอนซี ซิตี้ ณ สังเวียนแข้ง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม วันพุธที่ 23 มกราคมนี้ว่า สิ่งที่ มาเตรัซซี่ เคยพูดนั้น ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

ข่าวฟุตบอล ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ เชลซี ออกอาการน็อตหลุด จนเฉ่ง มาร์โก มาเตรัซซี่ อดีตลูกทีมสมัยอยู่ที่ อินเตอร์ มิลาน ว่าเป็นพวกจอมโกหก

อดีตกองหลังทีมชาติ อิตาลี เคยให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์ เบนิเตซ อย่างหนัก สมัยที่คุม “งูใหญ่” ก่อนทำทีม 3 แชมป์พังจนถูกไล่ออกในเดือนธันวาคม 2010 หรืออยู่ทำทีมเพียง 6 เดือนจากสัญญา 2 ปีเท่านั้น

“ราฟาเอล เบนิเตซ ไม่ใช่โค้ชในอุดมคติของผม ถ้าผมเป็นเจ้าของสโมสรละก็ เขาไม่มีวันที่จะได้มาคุมทีมผมแน่นอน” มาเตรัซซี่ กล่าวเปิดใจ

“สิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบในตัวเขา คือวิธีตอนที่เขาแนะนำตัวเองกับลูกทีมนี่แหละ”

“โค้ช ฝีมือดีอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ มาร์เซโล่ ลิปปี้ พูดคุยเรื่องกฏต่างๆ ภายในห้องแต่งตัว แต่ เบนิเตซ เขาเขียนกฏเป็นลายลักอักษร 10-12 ข้อ คือมันเหมือนพวกป้ายจราจรบนทางด่วนหรือเด็กเพิ่งเริ่มเข้าโรงเรียนอ่ะ”

“ที่สนามซ้อมอินเตอร์,มีรูปของโค้ชในอดีตที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดติดบนผนังไล่ตั้งแต่ เฮอร์เร่นา,มันชินี่ และ มูรินโญ่”

“เบนิเตซ ไปเอารูป โชเซ่ ลงเฉยเลย การทำแบบนี้แสดงให้เห็นถึงนิสัยของเขาว่าเป็นคนที่แย่มาก”

“ที่ อิตาลี ทุกคนรู้จัก มาเตรัซซี่ และทุกคนในทีม อินเตอร์ ก็รู้ถึงสันดานเขาเป็นอย่างดี” ราฟา กล่าวเปิดใจ

“เขาโกหก,เขาโกหก,เขาโกหก และทุกๆ อย่างที่เขาพูดโกหก”

“เมื่อ เขาพูดเกี่ยวกับ มูรินโญ่ มันก็เป็นเรื่องโกหกคำโต เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า ผมจะไปคุม อินเตอร์ ขนาดผมเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องโกหก”

“ส่วนเรื่องที่ผมให้เอารูปถ่ายออกจากตู้ล็อกเกอร์มันก็เป็นเรื่องตอแหลมาก ดังนั้นเขาจึงเป็นพวกปลิ้นปล้อนหลอกลวง”